ข่าวสารและกิจกรรม
การดำเนินการด้านความโปร่งใสและเสริมสร้างคุณธรรมในการดำเนินงานและช่องทางร้องเรียนทุจริต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ จัดบรรยายพิเศษหัวข้อที่ 4 เปลี่ยนกฎเป็น 'พื้น' ดันจริยธรรมเป็น 'เพดาน': จุฬาฯ จัดใหญ่ส่งท้ายเวที Chula Talk of Integrity 2026
28/05/2569เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00-12.00 น. ณ ห้องประชุม 801 อาคารจามจุรี 10 และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting ศูนย์บริหารความเสี่ยง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะทีมเลขานุการคณะทำงานด้านความโปร่งใสและเสริมสร้างคุณธรรมในการดำเนินงานระดับมหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมโครงการอบรมสัมมนา Chula Talk of Integrity 2026: Breaking Silos, Building Behavior - The Open Data Evolution ในหัวข้อที่ 4 “จริยธรรมในโลกการทำงานจริง: ถอดรหัสประมวลจริยธรรมสู่พฤติกรรมของบุคลากรจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Ethics in Reality | Decoding the Code of Conduct for Chula Community)” ซึ่งเป็นหัวข้อส่งท้ายของโครงการอย่างเป็นทางการ โดยได้รับความสนใจจากผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และเครือข่ายผู้แทนความโปร่งใสและคุณธรรม (CU-ITA Agent) เข้าร่วมกิจกรรมทั้งรูปแบบ Onsite และ Online อย่างคับคั่งกว่า 475 คน
กิจกรรมเสวนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านบริหารงานบุคคล (นายโภไคย ศรีรัตโนภาส) ในฐานะรองประธานคณะทำงานด้านความโปร่งใสฯ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยได้เน้นย้ำถึงก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยในการเปลี่ยนผ่านจากการทำงานที่มุ่งเพียง "การปฏิบัติตามกฎระเบียบ" (Compliance) ไปสู่การสร้าง "วัฒนธรรมองค์กรบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์" (Evidence-Based Policy) พร้อมชี้ให้เห็นว่าจริยธรรมไม่ใช่เพียงข้อห้ามในกระดาษ แต่คือรากฐานของระบบ GRC (Governance, Risk, Compliance) ที่เปรียบเสมือน "Human Firewall" หรือระบบป้องกันภัยที่เกิดจากจิตสำนึกของบุคลากรทุกคน
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรรภิรมย์ โกมลารชุน อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ โดยได้ถอดรหัสเนื้อหาจากประมวลจริยธรรมสู่โลกการทำงานจริง ซึ่งมีสาระสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้
- เจตนารมณ์และต้นกำเนิดของประมวลจริยธรรม (Code of Ethics): วิทยากรได้ปูพื้นฐานว่าจริยธรรมเกิดจากความต้องการปกครองตนเอง (Self-Regulation) ของกลุ่มวิชาชีพ เพื่อสร้างและรักษาความไว้วางใจจากสาธารณะ (Public Trust & Integrity) ประมวลจริยธรรมจึงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือใช้วิจารณญาณใน "พื้นที่สีเทา" (Guiding Discretion) ตลอดจนสร้างอัตลักษณ์และวัฒนธรรมองค์กร (Identity & Culture)
- การเปลี่ยนผ่านจาก Compliance เป็น Integrity-based: เน้นย้ำการเปลี่ยนมุมมองจากการใช้ข้อห้ามไปสู่การยึดถือคุณค่า โดยเปรียบเปรยให้เห็นภาพชัดเจนว่า "กฎระเบียบคือ 'พื้น' แต่จริยธรรมคือ 'เพดาน'" เพื่อเปิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกในการทำงาน
- เจาะลึกผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interests - COI) ในมหาวิทยาลัย: ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างหน้าที่ในการทำเพื่อมหาวิทยาลัยและนิสิต กับผลประโยชน์อย่างอื่น โดยยกตัวอย่างพฤติกรรมใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
- ด้านการเรียนการสอน: เช่น การรับเป็นกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ให้นิสิตที่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว หรือบังคับให้นิสิตซื้อหนังสือที่ตนเองเขียนแลกกับคะแนน
- ด้านงานวิจัย: เช่น การรับทุนวิจัยจากภาคเอกชนแล้วปิดบังผลเสียต่อสุขภาพ หรือการใช้ห้องแล็บมหาวิทยาลัยเพื่อจดสิทธิบัตรในนามบริษัทส่วนตัว
- ด้านการบริหาร: เช่น ผู้บริหารอนุมัติงบซื้ออุปกรณ์จากบริษัทที่ภริยาเป็นเจ้าของ หรืออาจารย์บังคับให้ TA ไปช่วยทำงานบริษัทส่วนตัวในเวลางาน
- ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมีกลไกการจัดการกับปัญหา COI ที่สำคัญคือ การเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) และการถอนตัวหรืองดเว้นการพิจารณา (Recusal)
- การตระหนักรู้เรื่องความสัมพันธ์เชิงอำนาจ (Power Dynamics): วิทยากรได้ชวนถอดรหัสอำนาจในรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมเตือนถึงอันตรายของ "วัฒนธรรมอภิสิทธิ์ชน" โดยให้ยึดมั่นว่า "อำนาจไม่ใหญ่กว่าหลักการ" ควบคู่ไปกับการให้เทคนิคการทักท้วงเพื่อสร้างวัฒนธรรมกล้าแสดงออก
- ถอดบทเรียนผ่าน 6 พฤติกรรมสีเทา: ในช่วงท้ายได้มีการยกกรณีศึกษาพฤติกรรมเพื่อลดความสับสนและเป็นแนวทางในการประพฤติตนทางจริยธรรม ได้แก่
- การปฏิเสธไม่ให้ผู้บังคับบัญชาดูข้อมูลการเสนอเลื่อนเงินเดือนเพื่อรักษาความลับ
- การคัดลอกผลงานของผู้อื่นเพื่อเสนอขอเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการ
- การรับคำเชิญไปต่างประเทศด้วยเงินรับรองของบริษัทที่กำลังแข่งขันเป็นคู่สัญญากับหน่วยงาน
- การปกปิดข้อมูลเหตุร้ายที่เกิดจากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เพราะกลัวตนเองตกอยู่ในอันตราย
- ผู้บังคับบัญชาส่งข้อความคุกคามทางเพศต่อผู้ใต้บังคับบัญชาผ่านทางแอปพลิเคชัน LINE
- การนั่งประจำโต๊ะทำงานโดยไม่ยอมปฏิบัติงานใด ๆ เพื่อรอให้มีผู้สั่งงานเป็นเวลานานนับเดือน
นอกจากนี้ ความพิเศษของกิจกรรมในหัวข้อนี้ คือการบูรณาการความร่วมมือกับ สำนักประเมินคุณธรรม ความโปร่งใส และส่งเสริมธรรมาภิบาล สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ซึ่งได้ลงพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูลการประเมินแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal Integrity and Transparency Assessment: IIT) ของมหาวิทยาลัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 การประเมินในครั้งนี้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางพฤติกรรมศาสตร์เพื่อเป็นเสมือน "เครื่องเอกซเรย์สุขภาพองค์กร" (Organizational Health Check) สอบทานความแข็งแกร่งของระบบป้องกันภัยทางจริยธรรม ตลอดจนค้นหาจุดบอดทางความเสี่ยง (Risk Blind Spots) เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรได้แสดงความกล้าหาญทางจริยธรรมในการนำข้อมูลไปพัฒนาระบบนิเวศการทำงานที่โปร่งใสอย่างตรงจุด
รับชมการบรรยายย้อนหลังและดาวน์โหลดแนวปฏิบัติ
สำหรับบุคลากรที่พลาดการเข้าร่วมกิจกรรม หรือต้องการรับชมการเสวนาในหัวข้อที่ 4 ย้อนหลัง
ตลอดจนดาวน์โหลดสื่อประชาสัมพันธ์ชุดแนวปฏิบัติเพื่อความโปร่งใส สามารถเข้าถึงได้ผ่านช่องทางดังนี้
- รับชมวิดีโอบันทึกกิจกรรมย้อนหลัง (Zoom Recording): https://chula.zoom.us/rec/share/cXQf7FtRUBgwDf_JuUK2Xf6_H-eWoVxrfIrxBdk2srfkuR3ncEtICEzNR7G6Adml.YEf5K_m1DUiyHM9o Passcode: sJS61%Aq
- ดาวน์โหลด E-book แนวปฏิบัติทางจริยธรรม: https://pubhtml5.com/ekgdf/rtrk/
- ดาวน์โหลด Poster ชุด Dos & Don'ts: https://pubhtml5.com/ekgdf/ogmk/
ผู้ที่สนใจข่าวสารด้านความโปร่งใสและการบริหารความเสี่ยงของมหาวิทยาลัย สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ ศูนย์บริหารความเสี่ยง จุฬาฯ: https://transparency.chula.ac.th
#ITA2569
#ChulaTalkofIntegrity2026
#CUITA2026
#CUITAAgent2026
