ข่าวสารและกิจกรรม
การดำเนินการด้านความโปร่งใสและเสริมสร้างคุณธรรมในการดำเนินงานและช่องทางร้องเรียนทุจริต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จุฬาฯ จัดบรรยายพิเศษหัวข้อที่ 2 Integrity.exe: เมื่อจุฬาฯ กะเทาะเปลือก “อคติ” เปลี่ยนพื้นที่สีเทาให้เป็นความโปร่งใสที่วัดผลได้จริง
08/05/2569ในเช้าวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา หน้าจอ Zoom ของบุคลากรจุฬาฯ กว่า 500 ชีวิตไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ประชุมออนไลน์แบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “Behavioral Lab” หรือห้องทดลองทางพฤติกรรมขนาดใหญ่ ในโครงการสัมมนา Chula Talk of Integrity 2026: Breaking Silos, Building Behavior – The Open Data Evolution
หัวข้อที่ถูกหยิบมา “ชำแหละ” ในวันนี้คือ “รู้ทันอคติ กะเทาะพฤติกรรมเสี่ยง: COI Simulation & Behavioral Lab” นำทัพโดยสองวิทยากรจากศูนย์ KRAC (ศูนย์ความรู้เพื่อความร่วมมือในการต่อต้านคอร์รัปชันฯ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ) ได้แก่ คุณศุภวิชญ์ แก้วคูนอก ผู้จัดการศูนย์ และ คุณสุภัจจา อังค์สุวรรณ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ
จากตัวเลข CPI สู่ “กับดัก” ของความสามารถในการแข่งขัน
เปิดฉากด้วยการพาเราไปดู “Check-up” สุขภาพความโปร่งใสของประเทศไทยผ่านดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (CPI) ปีล่าสุด (2568) ที่เราทำคะแนนได้ 33 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 116 ของโลก ตัวเลขนี้บอกอะไรเรา? วิทยากรชี้ให้เห็นว่าปัญหาใหญ่ของไทยไม่ใช่แค่เรื่องการรับสินบนแบบเดิมๆ แต่คือเรื่อง “ความสามารถในการแข่งขัน” ที่ถูกฉุดรั้งด้วยระบบอุปถัมภ์และการแทรกแซง ซึ่งตัวแปรสำคัญที่สะท้อนผ่าน CPI คือความล้มเหลวในการจัดการ Conflict of Interest (COI) หรือผลประโยชน์ทับซ้อนนั่นเอง
COI ไม่ใช่เรื่องของ “คนเลว” แต่เป็นเรื่องของ “อคติ”
ไฮไลต์ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมกว่า 500 ท่านต้องหยุดคิด คือการนิยาม COI ใหม่ว่ามันคือ “จุดเริ่มต้นของความเสี่ยง” ไม่ใช่การทุจริตที่เกิดขึ้นแล้วทันที และที่น่าสนใจไปกว่านั้น หลายครั้งพฤติกรรมเสี่ยงไม่ได้เกิดจากเจตนาโกง แต่เกิดจาก Cognitive Bias หรืออคติทางความคิดที่เรามองไม่เห็น เช่น
- Self-Serving Bias: การเข้าข้างตัวเองว่า “ฉันตัดสินใจยุติธรรมแล้ว บริษัทญาติฉันดีจริงๆ เลยเลือก”
- Conformity Bias: การโอนอ่อนตามกลุ่ม หรือ “ใครๆ เขาก็ทำกัน” จนกลายเป็นความเคยชิน
- Simulation Time: เมื่อความเสี่ยงถูกวัดผลแบบ Real-time
ความสนุกเริ่มต้นขึ้นเมื่อวิทยากรให้ทุกคนหยิบมือถือขึ้นมาสแกน QR Code เข้าสู่สถานการณ์จำลอง โดยมีโจทย์วัดใจ 10 ข้อ ที่คัดมาแล้วว่า
“นี่แหละคือชีวิตชาวมหาวิทยาลัย” ไม่ว่าจะเป็น
- อาจารย์รับค่าเดินทางจากบริษัทเอกชนที่กำลังจะทำวิจัยร่วมกัน
- เจ้าหน้าที่พัสดุแนะนำบริษัทเพื่อนให้มาประมูลงาน
- การใส่ชื่อเพื่อนในงานวิจัยทั้งที่ไม่ได้ทำจริง
แต่ละข้อให้ผู้เข้าร่วมโหวตผ่านสี: สีฟ้า (จัดการได้ง่าย), สีเหลือง (มีความเสี่ยงต้องจัดการ) และ สีแดง (ไม่ควรทำ/ควรถอนตัว) ผลโหวตแบบเรียลไทม์ที่ปรากฏบนหน้าจอ ทำให้เราเห็น “Heatmap” ขององค์กรทันทีว่า จุดไหนที่บุคลากรเรามองว่าเป็นเรื่องปกติ และจุดไหนที่ความเห็นยังแตกแยกกันอยู่
คาถา “3 ถาม 5 ทำ”: คู่มือเอาตัวรอดจากพื้นที่สีเทา
ก่อนจบการบรรยาย วิทยากรได้มอบเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่าง “3 ถาม กับ 5 ทำ” เพื่อให้ชาวจุฬาฯ ทุกคนใช้เป็นเข็มทิศในการทำงาน:
3 คำถามสำคัญก่อนตัดสินใจ (Decision Check)
ตัวเราหรือคนใกล้ชิดได้รับประโยชน์อะไรหรือไม่? : ไม่ว่าจะเป็นตัวเงิน, ของขวัญ, ชื่อเสียง, หรือโอกาสทางธุรกิจ
เรามีอำนาจหรืออิทธิพลต่อผลการตัดสินใจนั้นหรือไม่? : เช่น อยู่ในฐานะกรรมการ, ผู้อนุมัติ, หรือคนเขียน TOR
ถ้าคนภายนอกรู้เรื่องนี้ เขาจะยังเชื่อมั่นในความเป็นกลางของเราไหม?
5 วิธีจัดการเมื่อต้องเผชิญความเสี่ยง COI (Action Plan)
เมื่อพบว่าสถานการณ์เข้าข่ายเสี่ยง ให้เลือกใช้มาตรการเหล่านี้ตามความเหมาะสม:
เปิดเผย (Disclosure): แจ้งความสัมพันธ์หรือผลประโยชน์ที่มีต่อหน่วยงานอย่างโปร่งใส
ถอนตัว (Recusal): งดเข้าร่วมประชุม, ไม่เข้าถึงข้อมูล, หรือไม่ลงนามในคำสั่งในวาระที่มีส่วนได้เสีย
ขออนุมัติ/ที่ปรึกษา: ปรึกษาผู้บังคับบัญชาหรือหน่วยงานจริยธรรมเพื่อหาทางออกที่ถูกต้องตามระเบียบ
กำหนดเงื่อนไขควบคุม: เช่น การตั้งกรรมการอิสระจากภายนอกมาร่วมประเมินเพื่อถ่วงดุล
หลีกเลี่ยงหรือยุติบทบาท: หากความเสี่ยงนั้นรุนแรงจนจัดการไม่ได้ ควรเลือกปฏิเสธบทบาทนั้นตั้งแต่ต้น
มาตรการที่วิทยากรเน้นย้ำว่าเป็น “หัวใจ” ของชาวมหาวิทยาลัยคือ Recusal (การถอนตัวจากการตัดสินใจ) เพราะมหาวิทยาลัยเป็นสังคมที่มีเครือข่ายความสัมพันธ์ทับซ้อนสูงมาก ทั้งลูกศิษย์ เพื่อนร่วมวิชาชีพ และแหล่งทุน การเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) และการถอนตัวเมื่อรู้ว่ามีส่วนได้เสีย ไม่ใช่การยอมรับว่าทุจริต แต่คือการ “ปกป้อง” ทั้งตนเองและสถาบันให้พ้นจากข้อครหา
ก้าวต่อไปของ Chula ITA: จาก Dataset สู่ Policy
การสัมมนาครั้งนี้ไม่ได้จบลงแค่การฟังบรรยาย แต่ข้อมูลดิบ (Raw Data) จากการทำ Simulation ของสมาชิก CU-ITA Agent ทั้ง 500 ท่าน
จะถูกนำไปวิเคราะห์เป็น Behavioral Dataset เพื่อช่วยให้มหาวิทยาลัย:
จัดทำแผนภาพความเสี่ยง (Heatmap): ระบุจุดเปราะบางในกระบวนการทำงานได้แม่นยำขึ้น
ออกแบบนโยบายที่ตรงจุด: เปลี่ยนจากกฎระเบียบที่ใช้บังคับ (Hard Law) มาเป็นการบริหารความเสี่ยงเชิงพฤติกรรม (Soft Power/Nudge)
สนับสนุนการประเมิน ITA: มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเรามีการรับรู้และจัดการความเสี่ยง COI อย่างเป็นระบบ
ความโปร่งใสยุคใหม่ไม่ใช่เรื่องของการ “จับผิด” แต่คือการ “ออกแบบระบบ” ให้คนดีทำงานได้อย่างสบายใจ และงาน Chula Talk of Integrity 2026 ในวันนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เมื่อเราเปิดเผยข้อมูล (Open Data) และเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ (Behavioral Science) เราจะสามารถสร้างวัฒนธรรมสุจริตที่จับต้องได้จริงและยั่งยืน
🔗 รับชมย้อนหลังได้ที่:
📌 Passcode: 1=BmXFRs
#ITA2569
#ChulaTalkofIntegrity2026
#CUITA2026
#CUITAAgent2026
